เกี่ยวกับ Exablate


Exablate คือการรักษาด้วยวิธี MRgFUS (Magnetic Resonance guided Focused Ultrasound) เป็นวิธีการทำลายเนื้อเยื่อด้วยความร้อนด้วยวิธีการรวมศูนย์คลื่นเสียงความถี่สูง  โดยการรวมเอาสองเทคโนโลยีเข้าด้วยกัน คือ

  1. คลื่นเสียงความถี่สูงที่ปล่อยพลังงานเพื่อตัดทำลายวงจรส่วนลึกภายในร่างกายโดยไม่ต้องมีการกรีดผ่าผิวหนังหรือกะโหลก
  2. การตรวจด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าซึ่งใช้เพื่อบ่งชี้และกำหนดตำแหน่งเนื้อเยื่อที่ต้องการรักษา นำทางและควบคุมการรักษาแบบเรียลไทม์ รวมถึงยืนยันประสิทธิภาพของการรักษา

แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เป็นโรคสั่นโดยไม่ทราบสาเหตุที่จะรับการรักษาด้วย Exablate ได้ เนื่องจากต้องได้รับการประเมินจากนักประสาทวิทยาและศัลยแพทย์ระบบประสาทซึ่งผ่านการอบรมการใช้งานเทคโนโลยีดังกล่าวแล้ว
image

Exablate

ผู้ป่วยมากกว่า 2,700 รายจากศูนย์การแพทย์มากกว่า 50 แห่งทั่วโลกได้รับการรักษาด้วยเทคโนโลยีดังกล่าว แม้ว่าจะเป็นเทคโนโลยีใหม่สำหรับประเทศไทย แต่การรักษาแบบ Exablate ก็ถูกนำไปใช้รักษาโรคสั่นโดยไม่ทราบสาเหตุแล้วในศูนย์การแพทย์หลายแห่งในยุโรป เอเชีย และสหรัฐอเมริกา โรงพยาบาลชั้นนำทั่วโลกที่มีชื่อเสียงด้านการรักษาและเทคโนโลยีทางการแพทย์  เช่น   มาโยคลินิก (Mayo Clinic)   โรงพยาบาลมหาวิทยาลัยสแตนฟอร์ด (Stanford University Hospital) บริกแฮมแอนด์วีเมนส์ (ฮาร์วาร์ด) (Brigham and Women’s (Harvard))  และดิ อิมพีเรียล คอลเลจ ลอนดอน (The Imperial College London) ได้นำเทคโนโลยีนี้ไปใช้แล้ว ปัจจุบัน ผู้ป่วยโรคสั่นโดยไม่ทราบสาเหตุทั่วโลกใช้วิธีการรักษาด้วยคลื่นเสียงความถี่สูงผ่านกะโหลกศีรษะมากกว่าใช้วิธีการผ่าตัดเปิดกะโหลกศีรษะหรือฉายรังสี (1)

image

 

ขณะทำการรักษา เนื้อสมองขนาดประมาณ 5 x 5 มิลลิเมตร จะถูกทำลาย  ซึ่งตำแหน่งดังกล่าวเป็นสาเหตุของการทำให้เกิดโรคสั่นโดยไม่ทราบสาเหตุและอาการสั่นบางชนิดของโรคพาร์กินสัน (Essential Tremor)  
แพทย์สามารถมองเห็นรวมถึงติดตามการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ ณ บริเวณจุดที่ต้องทำการรักษาได้ชัดเจนได้โดยใช้ MRI  ขั้นตอนแรกพลังงานจากคลื่นเสียงความถี่สูงที่ส่งไปยังจุดเป้าหมายจะทำให้อุณหภูมิเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ก่อให้เกิดผลลัพธ์ชั่วคราวและทำให้แพทย์สามารถตรวจสอบและประเมินอาการสั่นที่ลดลงรวมถึงผลข้างเคียงอื่นๆ ได้  ขั้นตอนถัดมา  แพทย์จะทำการปรับตำแหน่งเพื่อให้แน่ใจว่าอาการสั่นลดลงหรือหายไปรวมถึงมีผลข้างเคียงน้อยที่สุดหรือไม่มีเลย  ก่อนที่จะเพิ่มพลังงานจากคลื่นเสียงความถี่สูงเพื่อทำให้อุณหภูมิในบริเวณที่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการสั่นถูกทำลายไป

วิธีการรักษา


   ก่อนการรักษา
ในวันที่เข้ารับการรักษา ต้องมีการโกนผมผู้ป่วยเพื่อไม่ให้มีสิ่งกีดขวางคลื่นเสียงความถี่สูงไปยังสมอง หลังจากใช้ยาชาเฉพาะที่แล้ว จะมีการใส่โครงครอบศีรษะและแผ่นซิลิโคนเพื่อยึดกับอุปกรณ์ครอบศรีษะที่ปล่อยสัญญาณคลื่นเสียงความถี่สูงซึ่งจะมีน้ำไหลเวียนอยู่ภายใน
การรักษาจะใช้เวลาประมาณ 2-3 ชั่วโมง จะมีการใส่สายสวนปัสสาวะให้ผู้ป่วยซึ่งทำให้ไม่จำเป็นต้องเดินไปห้องน้ำเอง จะมีการตรวจวัดอัตราการเต้นของหัวใจ ความดันโลหิต และระดับออกซิเจนในเลือดตลอดเวลาของการรักษา

   ขณะทำการรักษา
ขณะทำการรักษา ผู้ป่วยจะนอนอยู่บนเตียงภายในเครื่องสแกน MRI ส่วนทีมแพทย์ผู้รักษาจะอยู่ในห้องควบคุม โดยที่ผู้ป่วยยังรู้สึกตัวและสามารถสื่อสารกับแพทย์ได้ ศีรษะจะตั้งอยู่ในตำแหน่งที่พอดีภายในอุปกรณ์ครอบศรีษะที่ปล่อยสัญญาณคลื่นเสียงความถี่สูง อีกทั้งจะมีผ้าห่มคลุมตัวผู้ป่วยไว้เพื่อสร้างความอบอุ่น  ผู้ป่วยสามารถหยุดขั้นตอนการรักษาได้ตลอดเวลา  โดยการกดปุ่มหยุดฉุกเฉินที่แพทย์จะให้ผู้ป่วยถือไว้ตลอดการรักษา  หลังจากนั้นแพทย์จะทำการสแกนภาพ MRI เพื่อวางแผนการรักษา

ในขั้นตอนแรกแพทย์ผู้รักษาจะใช้พลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงเพื่อระบุตำแหน่งที่ถูกต้องภายในสมองส่วนที่ต้องทำการรักษา จากนั้นจะใช้พลังงานคลื่นเสียงความถี่สูงที่มีความเข้มสูงเพื่อทำให้อุณหภูมิของตำแหน่งเป้าหมายเพิ่มขึ้นจนไปตัดทำลายวงจรเป็นบริเวณเล็กๆ ซึ่งทำให้เกิดผลลัพธ์ของการรักษาคือช่วยลดอาการสั่น

ในระหว่างการรักษาแพทย์จะขอให้ผู้ป่วยทำกิจกรรมต่างๆ เช่น วาดรูปวงกลม เพื่อประเมินว่า มีพัฒนาการจากการรักษาและมีผลข้างเคียงใดหรือไม่ แม้ว่าผู้ป่วยแต่ละรายจะมีผลการรักษาที่แตกต่างกันออกไป แต่ผู้ป่วยเองจะสังเกตได้ว่าอาการสั่นจะลดลงขณะทำการรักษา

   หลังการรักษา
เมื่อสิ้นสุดขั้นตอนดังกล่าว จะมีการสแกน MRI ครั้งสุดท้ายเพื่อประเมินผลการรักษา จากนั้นจะถอดอุปกรณ์ครอบศรีษะที่ปล่อยสัญญาณคลื่นเสียงความถี่สูงออกและนำผู้ป่วยกลับไปพักฟื้น
แพทย์ผู้ทำการรักษาจะแจ้งกำหนดการให้ออกจากโรงพยาบาลและกำหนดการนัดหมายเพื่อตรวจติดตามผล โดยทั่วไปแล้วผู้ป่วยจะกลับมาดำเนินชีวิตและทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามปกติภายในระยะเวลาไม่กี่วัน
Powered by MakeWebEasy.com